โหยย เหนื่อยๆๆๆ เหนื่อยมั่กเลยอ่ะ กลับจากเข้าค่าย(อีกแร้ว)
แต่อันนี้เป็นค่ายลูกเสือ-เนตรนารีอ่ะ ค่ายนี้ ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อย ทั้งลำบาก ทั้งโหด
เป็นอะไรที่สุดๆแล้ว ชีวิตนี้ไม่เคยลำบากอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ไปเข้าค่ายลูกเสือ ที่ค่ายสฤษดิ์เสนาที่พิษณุโลก ค่ายทหารจิงๆเลย
ไปถึงนี่ทหารมาเร่งให้รีบลงจากรถ หน้าตาก้อนะ หล่อพอได้ แต่..ดุยังกะอะไรดี
พวกเราก้อรีบวิ่งๆๆลงจากรถแบกกระเป๋าเข้าที่พัก
แล้วตอนเดินนะ ต้องผ่านสะพานไม้ที่เก่ามากๆๆ โยกเยกๆๆจะหักไม่หักแหล่
เดินๆไปก้อโคงเคลงๆ กลัวตกแทบตาย
พอถึงที่พัก ทหารให้เวลาเปลี่ยนชุดเก็บของ 10 นาที
โอ้วแม่เจ้า 10 นาที อกอีกิ๊กจะแตกตาย รีบแทบไม่ทันอ่ะ
พอเสร็จก้อไปกินข้าว แล้วก้อมีการแนะนำครูฝึกแต่ละคนว่าชื่อไรบ้าง
แต่ละคนก้อมีลิมิตความดุไม่เท่ากัน คนที่ดุก้อดุโคตรๆ คนที่ไม่ดุก้อไม่ดุเลย
เวลาเรียกทหารให้เรียกว่าครูห้ามเรียกพี่ เราก้อเข้าใจอ่ะนะว่าทำไม
พอเสร็จแล้วก้อไปโดดหอสูง 34 ฟุต โหย น่ากลัวมากๆๆ เสียวๆ
มันเป็นจุดเสียวที่สุดแล้ว เสียวมากๆ เราก้อกระโดดกะเค้าด้วย
แบบว่า ตอนโดดนี่ เสียวมากๆๆกลัวสริงมันจะหลุด
ตอนโดดเหมือนเราบินได้เลย หน้าทิ่มลงพื้นแล้วกระตุกนิดหน่อย
แล้วก้อลอยตามเชือกมาเรื่อยๆ มันเสียวง่ะ มองข้างล่างเห็นคนมองเยอะเลย
ไอ้กิ๊กกรี๊ดมาตลอดทางเลย จนถึงตอนลงน่ะแหละ แบบว่าตอนนี้สติหายไปหมดแล้ว
แล้วแบบว่า เวลาลงมันจะมีคนคอยรับเป็นนักเรียนเนี่ยแหะล นักเรียนชายๆ
ถ้ารับคนที่โดดลงมาไม่ได้ ก้อต้องโดนกลิ้ง แล้วแบบว่ามันรับไม่ได้เยอะ
มันก้อต้องกลิ้งเยอะ เห็นแล้วสงสารมันเลย กว่าจะโดดเสร็จก้อปาไปทุ่มครึ่งแล้ว
แล้วสักประมาน5ทุ่มได้ ก้อไปผจญภัยในป่าตอนกลางคืน
ก่อนไป เขาให้พลางตัวด้วย ให้จับคู่ Buddy แล้วให้ช่วยกันเอาผงสีดำทาตัวให้ดำ
แบบว่าทุกคนเห็นหน้ากันแล้วขำกลิ้ง เพราะทุกคนดำเหมือนถ่านเลย ฮ่าๆๆ
พอเสร็จก้อไปผจญภัยในป่ากัน ไปเป็นหมู่ๆ เราหมู่3 ก้อง 5
ไปด่านแรกก้อกรี๊ดป่าแทบแตกกันเลย
แบบว่า รู้นะว่าครูแกล้ง แต่มันตกใจอ่ะ มันมืดนี่นา
ด่านแรกก้อเป็นด่านล้วงไห ดูว่าในไหมีอะไร ขวัญ เพื่อนเราล้วงตนแรก กรี๊ดแบบ กรี๊ดๆๆๆ
พอถึงตาเรา เราก้อลังเลๆ ไม่กล้าล้วง กลั้นใจล้วงไป
แล้วก้อไม่ต่างจากเพื่อนที่ล้วงไปเท่าไร กรี๊ดเหมือนกัน ดังกว่าอีก
ไม่รู้ว่าในนั้นเป็นตัวอะไรนะ แต่ยังล้วงไปไม่ถึงก้นไหเลย มันเด้งขึ้นมาเจอมือเราก่อน
แล้วก้อเดินต่อไปตามเทียน ด่านต่อไปเป็นด่านผี ครูแกล้งอีกแล้ว
พวกเราก้อ กรี๊ดลั่นป่าอีกแล้ว ฮ่าๆๆ แล้วแบบพอแกล้งเสร็จก้อลอดอุโมงค์ไปด่าน3
ตอนลอดอุโมงค์เนี่ยแทบตาย มันแคบ หายใจไม่ค่อยออกเลย แถมยาวด้วย
เพื่อนเราคนนึงพอออกจากอุโมงค์แล้ว เป็นลมอ้วกแตกเลย
มันเป็นโรคอะไรอยู่ก่อนแล้วไม่รู้ พอลออดอุโมงค์อากาศหายใจน้อยเป็นลมเลย
ครูที่อยู่ด่านต่อไปตกใจรีบมาปฐมพยาบาลกันใหญ่ หุหุ
พอเสร็จแล้วก้อไปต่อ ไปเจออะไรอีกเยอะแยะเลย แล้วก้อกรี๊ดกันลั่นตลอดทาง
ป่าแทบแตกเหมือนเดิม แล้วก้อมีด่านนึงที่ครูบอกว่า ด่านไปต่อจะมีโรงศพตั้งอยู่
เวลาเดินผ่านให้ยกมือไหว้แล้วพูดคำว่าสาธุดังๆ
เราก้อคิดในใจว่าทำไมต้องพูดวะต้องมีไรแน่เลย
พอไปถึงก้อพูดนะ พอกำลังจะเดินผ่านไป แมร่ง โรงศพฝาเปิด กรี๊ดกันลั่นอีกแล้ว
มันตกใจเพราะก่อนจะไปเพื่อนเราก้อบอกว่า แหมๆๆ ครูออกมาเหอะน่า
พูดแล้วนะเนี่ย สาธุอ่ะ ออกมาเหอะๆ พอพูดไปไม่มีอะไรเลยนึกว่าคงไม่มีไรหรอก
เลยจะเดินต่อ ที่ไหนได้ พอเดินต่อก้อออกมาเลย
แล้วมีอีกๆๆ กำลังเดินๆไป ตุ๊กตาผีลอยข้ามหัวไป กรี๊ดกันใหญ่ แต่แบบ อันนี้น่ากลัวจิงๆ
ไอ้ตุ๊กตาเนี่ย เพราะไม่มีใครคิดว่าครูจะกล้าเล่น
แล้วด่านสุดท้ายก้อ เป็นด่านที่อยากจะอ้วกที่สุด ด่านนี้ไม่มัผี แต่เป็นด่านกิน
ด่านกิน่าจะอร่อย แต่ไม่เลย ขมสิ้นดี อยากจะอ้วก เพราะให้อม บรเพ็ชอ่ะ
เข้าปากปุ๊บก้ออยากจะคายเลย แล้วให้อมเดินไปจนถึงทางออก
ขมสิ้นดี รสชาติแย่มากๆๆๆ
จากนั้นก้อประมานตี3ได้ ก้อเข้านอนกัน มีผลัดเวรยามด้วย แต่เรายังไม่ถึง
ตื่นอีกทีตี5 โอ๊ย ง่วงนอนสุดๆ อากาศก้อหนาวจัดๆๆ
มาออกกำลังกาย วิ่งๆๆๆ
พอเสร็จก้อให้เวลาทำธุระส่วนตัวอีก30นาที (ค่อยเยอะขึ้นหน่อย)
พอเสร็จก้อกินข้าว แล้วก้อเตรียมตัวไปลุย!!
วันที่2เนี่ย โคตรๆๆๆ โคตรแห่งความเหนื่อย ล้า สุดๆ
เพราะ ชุดที่ใส่จากที่สะอาดเอี่ยมอ่อง กลายเป็นเน่าเป็นขี้ กลิ่นนี่สุดๆ
เพราะลุยแต่ละฐานคลุกโคลนเกือบทุกฐานเลย
มีฐานนึงเราสนุกมาๆ ฐานที่เดินข้ามเชือกเส้นเดียวอ่ะ คงจะนึกภาพออก
ให้เดินสลับซ้ายขวา ถ้าเดินไม่มีข้างล่างมีบ่อโคลน เดินไปๆๆๆ กรี๊ดไป
แต่ก้อข้ามไปอีกฝั่งสำเร็จ ไม่มีใครตกโคลนเลย
ฐานสุดท้ายเป็นฐานคลานผ่านลวดหนาม พื้นเป็นน้ำโคลน
ทั้งตัวมีแต่โคลน เล๊ะมากๆ คลานเสร็จให้กลิ้งไปมาอีกหลายรอบ
พอลุยทุกฐานเสร็จก้อไปล้างตัวที่น้ำตก อันนี้ค่อยดีหน่อยได้เล่นน้ำสบายใจ
ตอนกลางคืนมีรอบกองไฟสนุกๆๆ ห้องเรารับภาระหนัก ทำทั้งรำพวงมาลัยกะละคร
ตอนรำพวกมาลัย ห้องเราทุกคนเลยออกมารำกันหมด สนุกสนานมาก
แล้วมีให้ออกมาเต้นเหมือนผับเลยวุ้ย เต้นให้หายหนาว หุหุ
ดีที่คืนที่2ไม่ดึกนัก ได้นอน ตี2 คืนนี้เราได้เฝ้าเวรยามด้วยกะเพื่อนอีก3 คน
เฝ้าครั้งนึง 30 นาที พอหมดเวร ไอ้กลุ่มต่อไปไม่ยอมตื่น เราก้อกระชากๆๆ ให้ตื่น
บอกว่า เอ้ย ตื่นดิ พวกกูก้อง่วงนะเว้ยย เวรมึงแล้วอ่ะ
จากนั้นก้อนอนกัน ถึงประมาน 6 โมงเช้า
เช้ามาก้อกินข้าวแล้วก้อทำพีธีรับปีก (เฉพาะคนที่โดดหอสูง)
โดยมีครูฝึกติดปีกให้ พอติดเสร็จ มีฉากเศร้าเกิดขึ้น แบบว่า ครูฝึกเค้าพูดซึ้งมากๆ
ประมานว่า ที่ครูทุกอย่างกับพวกเธอเพราะเป็นหน้าครูก้อรู้ดี
ว่าพวกเธอเหนื่อยลำบากขนาดไหนแต่อย่าได้โกรธอครูเลย ถ้าวันไหนในอนาคต
เธอเห็นครูฝึกในสภาพเสื้อผ้าขาดวิ่นมาขอข้าวขอน้ำเธอกิน
ก้ออย่าได้รังเกรียจเลย อะไรแบบนี้ ฟังแล้วมันซึ้งมากๆ นึกภาพตามแล้วร้องไห้เลย
บ่อน้ำตาแตก
ขากลับนั่งรถมาตลอดทางนึกถึงครูฝึกทุกคนเลย
ทั้งครูเจิด ครูเหลือเฟือ (ความจิงแกชื่อแม็ค แต่เราเรียกเหลือเฟือ เพราะทั้งหน้าตา
ท่าทาง เสียง เหมือนเหลือเฟือ โคตรๆแกฮาด่วยแหละ หุหุ)
ครูอู๊ด ครูแอ๊ด หุหุ คิดถึงจังเลยครู
ครูเจิดแกชอบเรียกเด็กว่ามึงๆๆ ลูกเสือก้อเรียกตัดคำเป็น ไอ้เสือ เนตรนารีก้อเรียกเป็น
อีสาว ไรเงี้ย มันฮาดีๆ อิอิ
แต่ครูที่ดุสุดก้อครูอู๊ดล่ะ โหดสุดแล้วรองมาก้อครูเจิด คนนี้ หล่อนะๆ
หน้าเหมือนไอ้นิ้ง นวพร เพื่อนเราเลย แซวกันใหญ่วง่า นิ้งเป็นญาติไรกะครูเจิดป่าว
ทำไมหน้าเหมือนกันเลย
เฮ้อ ค่ายลูกเสือ-เนตรนารีที่ค่ายสฤษดิ์เสนาปีนี้ สนุกมากๆ
ทั้งสนุก ทั้งโหด ทั้งลำบาก สุดยอดแห่งทุกอย่างแล้ว
ค่ายนี้จะจำไปจนวันตายเลย จะไม่มีวันลืมเลยล่ะ
เป็นความทรงจำที่สุดยอดจิงๆๆๆ จะจำไปจนวันตายเลย